สถานการณ์ที่พบบ่อย: หัวหน้าหรือ HR เรียกมาบอกว่า "เซ็นใบลาออกดีกว่า มิฉะนั้นจะเลิกจ้างด้วยเหตุทำผิด" หรือสร้างสภาพกดดันให้ลาออกเองเพื่อไม่ต้องจ่ายชดเชย
⚖️ อ้างอิง: มาตรา 17 และมาตรา 118 พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน
❌
อย่าเซ็นเด็ดขาด ถ้าเซ็นใบลาออก = ลาออกเอง = ไม่มีสิทธิ์รับเงินชดเชยและเงินว่างงานจาก สปส.
✅
พูดว่า "ขอเวลาคิด" แล้วออกจากห้องทันที ไม่มีกฎหมายบังคับให้ตัดสินใจทันที
✅
เก็บหลักฐานทันที ถ้ามีการบีบผ่าน LINE หรือ email — Screenshot เก็บไว้ทุกข้อความ
ℹ️
ถ้าเซ็นไปแล้ว? ยังไม่สิ้นหวัง ถ้าพิสูจน์ได้ว่าถูกบังคับ ศาลแรงงานอาจถือว่าใบลาออกนั้นไม่มีผล
💡 ถ้านายจ้างยืนยันจะเลิกจ้าง ให้รอให้เลิกจ้างจริงๆ แล้วรับเงินชดเชยตามกฎหมาย — คุณได้มากกว่าลาออกเอง
คำนวณเงินชดเชยที่ควรได้รับ
คำนวณฟรีตามอายุงานและเงินเดือนของคุณ
→
2
นายจ้างค้างจ่ายเงินเดือน
สถานการณ์ที่พบบ่อย: เงินเดือนผิดนัด 1-2 เดือนหรือมากกว่า ด้วยข้ออ้างว่า "บริษัทมีปัญหาสภาพคล่อง" หรือ "รอให้ลูกค้าโอนมาก่อน"
⚖️ อ้างอิง: มาตรา 70 พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน — นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างตรงเวลาทุกงวด
✅
มีสิทธิ์คิดดอกเบี้ย 15% ต่อปี นับจากวันที่ค้างจ่ายโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องร้องขอ
✅
ยื่นคำร้องได้เลยที่ กรมสวัสดิการฯ โทร 1546 หรือไปสำนักงานในจังหวัด ไม่มีค่าใช้จ่าย
✅
มีสิทธิ์ลาออกได้โดยไม่ต้องบอกกล่าว และยังได้รับเงินชดเชยตามอายุงาน ถ้าค้างจ่ายเกิน 1 รอบการจ่าย
❌
อย่ารอนานเกิน 2 ปี คดีแรงงานมีอายุความ 2 ปีนับจากวันที่ค้าง
⚠️ ถ้าบริษัทใกล้ล้มละลาย รีบยื่นเรื่องก่อนเลยครับ เพราะถ้าบริษัทล้มแล้วค่อยยื่น อาจไม่ได้รับเงิน
เบอร์กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
1546 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง
→
สถานการณ์ที่พบบ่อย: สัญญาระบุว่า "ถ้าลาออกก่อน 2 ปีต้องจ่ายค่าเสียหาย 200,000 บาท" หรือ "ห้ามทำงานในสายงานเดียวกัน 3 ปี" หรือ "สละสิทธิ์รับเงินชดเชยทุกกรณี"
⚖️ อ้างอิง: มาตรา 14/1 และมาตรา 20 พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน
ℹ️
สัญญาที่ต่ำกว่ามาตรฐานกฎหมายใช้ไม่ได้ กฎหมายแรงงานเป็นขั้นต่ำ — ข้อสัญญาใดที่ให้สิทธิ์น้อยกว่ากฎหมาย ถือเป็นโมฆะโดยอัตโนมัติ
✅
ค่าปรับลาออกก่อนกำหนด ต้องสมเหตุสมผล ศาลมักตัดสินให้จ่ายเฉพาะความเสียหายจริงที่พิสูจน์ได้เท่านั้น ไม่ใช่ตัวเลขที่สัญญาระบุไว้
✅
Non-compete clause (ห้ามทำงานสายเดียวกัน) บังคับใช้ได้จำกัดมาก ต้องสมเหตุสมผลทั้งระยะเวลา พื้นที่ และขอบเขตงาน
❌
สละสิทธิ์เงินชดเชยในสัญญา = โมฆะ ไม่ว่าจะเซ็นไว้แล้ว ก็ยังมีสิทธิ์ขอเงินชดเชยตามกฎหมายได้
💡 ถ้าไม่แน่ใจว่าสัญญาข้อไหนใช้บังคับได้ โทรปรึกษา 1546 ฟรี หรือปรึกษาทนายความแรงงาน
4
ถูกลดเงินเดือน ตัดสวัสดิการโดยไม่ยินยอม
สถานการณ์ที่พบบ่อย: บริษัทประกาศลดเงินเดือนทุกคน 20% หรือตัดสวัสดิการที่เคยได้ โดยไม่ได้ขอความยินยอม
⚖️ อ้างอิง: มาตรา 20 พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน
❌
นายจ้างไม่มีสิทธิ์ลดค่าจ้างฝ่ายเดียว ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อน
✅
ถ้าไม่ยินยอม นายจ้างต้องจ่ายเงินเดือนตามอัตราเดิม มิฉะนั้นถือว่าค้างจ่าย
✅
ถ้าบีบให้เซ็นยินยอม สามารถโต้แย้งในภายหลังได้ว่าไม่ได้สมัครใจ
ℹ️
ยกเว้นในกรณีที่บริษัทใกล้ล้มละลาย ศาลอาจอนุญาตให้ลดเงินเดือนชั่วคราวภายใต้เงื่อนไขพิเศษ
💡 ถ้าเลือกไม่ยอมรับการลดเงินเดือน และนายจ้างเลิกจ้างเพราะเหตุนี้ ถือเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม มีสิทธิ์ฟ้องศาลแรงงาน
5
ทำงานล่วงเวลาแต่ไม่ได้ค่า OT
สถานการณ์ที่พบบ่อย: ทำงานเกินเวลาเป็นประจำแต่นายจ้างบอกว่า "รวมอยู่ในเงินเดือนแล้ว" หรือ "เป็นนโยบายบริษัท" หรือระดับผู้จัดการขึ้นไปไม่ได้ OT
⚖️ อ้างอิง: มาตรา 61-65 พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน
ℹ️
OT รวมในเงินเดือน — ทำได้ถ้าทำถูกต้อง ต้องมีข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร และค่า OT ต้องไม่น้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด
✅
เก็บหลักฐานชั่วโมงทำงาน บันทึกเวลาเข้า-ออก, email ที่ส่งหลังเวลางาน, LINE ที่สั่งงาน
✅
ยื่นเรื่องย้อนหลังได้ 2 ปีนับจากวันที่ควรได้รับค่า OT
❌
"ผู้บริหาร" ไม่ได้รับยกเว้นเสมอไป ขึ้นอยู่กับลักษณะงานจริง ไม่ใช่ตำแหน่ง
คำนวณค่า OT ที่ควรได้รับ
วันธรรมดา 1.5x · วันหยุด 2-3x
→
6
ถูกเลิกจ้างโดยไม่จ่ายเงินชดเชย
สถานการณ์ที่พบบ่อย: ถูกเลิกจ้างแต่ไม่ได้รับเงินชดเชย ด้วยข้ออ้างว่า "ทำผิดกฎ" ทั้งที่ไม่ได้ทำผิดร้ายแรง หรือได้รับเงินน้อยกว่าที่ควรได้
⚖️ อ้างอิง: มาตรา 118-119 พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน
ℹ️
ไม่จ่ายชดเชยได้เฉพาะ 6 กรณีเท่านั้น ตามมาตรา 119 เช่น ทุจริต จงใจทำให้เสียหาย ฝ่าฝืนระเบียบร้ายแรง ละทิ้งหน้าที่ 3 วันติดต่อกัน ฯลฯ
✅
นายจ้างต้องพิสูจน์ว่าผิดจริง ภาระพิสูจน์อยู่ที่นายจ้าง ไม่ใช่ลูกจ้าง
✅
ยื่นเรื่องที่ กรมสวัสดิการฯ ภายใน 2 ปี ไม่มีค่าใช้จ่าย และสามารถฟ้องศาลแรงงานเพิ่มเติมได้
⚠️ ถ้านายจ้างออกหนังสือเลิกจ้างระบุเหตุผลที่ไม่ตรงความจริง ให้เก็บสำเนาไว้เพราะจะเป็นหลักฐานสำคัญในชั้นศาล
Checklist: สิ่งที่ต้องทำทันทีเมื่อโดนเลิกจ้าง
ขั้นตอน 1-2-3-4 ทำอะไรก่อนหลัง
→