ห้ามเลิกจ้าง ลาคลอด 98 วัน เงินช่วยเหลือ งานที่ห้ามทำ — ครบทุกสิทธิ์ที่แม่ทำงานต้องรู้
กฎหมายคุ้มครองแรงงานระบุชัดเจนว่า "นายจ้างจะเลิกจ้างลูกจ้างหญิงเพราะเหตุมีครรภ์มิได้" หากฝ่าฝืน ถือเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม และนายจ้างต้องรับโทษทั้งทางแพ่งและอาญา
บางนายจ้างอาจใช้วิธีอ้อม เช่น อ้างว่าลดพนักงาน ปรับโครงสร้าง หรือตั้งข้อกล่าวหาเรื่องผลงาน หากเหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจากที่คุณแจ้งการตั้งครรภ์อย่างกะทันหัน ให้เก็บหลักฐานทุกอย่างไว้
ลูกจ้างหญิงมีสิทธิ์ลาเพื่อคลอดบุตรได้ ครรภ์ละ 98 วัน รวมวันหยุดประจำสัปดาห์และวันหยุดนักขัตฤกษ์แล้ว ไม่ว่าจะคลอดธรรมชาติหรือผ่าตัดคลอด ล้วนได้สิทธิ์เท่ากัน
หากคลอดก่อนกำหนดหรือหลังกำหนด วันลา 98 วันยังคงนับจากวันคลอดจริง ไม่ใช่วันกำหนดคลอด ส่วนกรณีแท้งบุตร ลูกจ้างมีสิทธิ์ลาได้ตามความจำเป็นทางการแพทย์
| แหล่งเงิน | จำนวนวัน | อัตรา | เงื่อนไข |
|---|---|---|---|
| นายจ้าง | 45 วัน | 100% ของค่าจ้าง | ทุกลูกจ้างหญิง |
| ประกันสังคม | 90 วัน | 50% ของฐานเงินเดือน (สูงสุด 7,500 บาท/เดือน) | ส่งเงินสมทบมา ≥ 5 เดือนใน 15 เดือน |
ผู้ประกันตนต้องส่งเงินสมทบมาแล้วอย่างน้อย 5 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนเดือนที่คลอด หากสามีก็เป็นผู้ประกันตน สิทธิ์ค่าคลอดบุตรสามารถรับได้จากฝั่งสามีด้วยอีก 1 ครั้ง
กฎหมายห้ามนายจ้างให้ลูกจ้างหญิงตั้งครรภ์ทำงานต่อไปนี้ หากฝ่าฝืน นายจ้างมีความผิดทางอาญา
หากลูกจ้างหญิงตั้งครรภ์มีใบรับรองแพทย์ว่างานเดิมอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือการตั้งครรภ์ ลูกจ้างมีสิทธิ์ขอให้นายจ้างเปลี่ยนงานชั่วคราวก่อนหรือหลังคลอดได้
หลังกลับมาทำงาน ลูกจ้างหญิงที่ให้นมบุตรมีสิทธิ์หยุดพักเพื่อให้นมบุตรวันละ 1 ชั่วโมง นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย แต่สิทธิ์นี้ใช้ได้จนบุตรอายุครบ 1 ปีเท่านั้น
หากสามีเป็นข้าราชการ มีสิทธิ์ลาช่วยภรรยาคลอดบุตรได้ 15 วัน แต่สำหรับพนักงานเอกชน กฎหมายยังไม่บังคับให้นายจ้างให้ลาช่วยภรรยาคลอด ขึ้นอยู่กับนโยบายบริษัท บางบริษัทให้ 3-15 วัน
นายจ้างต้องรับลูกจ้างกลับมาทำงานในตำแหน่งเดิมหรือเทียบเท่า ไม่สามารถลดตำแหน่งหรือเปลี่ยนสายงานโดยไม่ได้รับความยินยอมเพียงเพราะลาคลอด