🤱 สิทธิ์แม่ตั้งครรภ์ 2568

สิทธิ์ลูกจ้างหญิงตั้งครรภ์
ตามกฎหมายแรงงาน

ห้ามเลิกจ้าง ลาคลอด 98 วัน เงินช่วยเหลือ งานที่ห้ามทำ — ครบทุกสิทธิ์ที่แม่ทำงานต้องรู้

📑 สารบัญ

  1. ห้ามเลิกจ้างเพราะตั้งครรภ์
  2. สิทธิ์ลาคลอด 98 วัน
  3. เงินที่ได้รับระหว่างลาคลอด
  4. เงินช่วยเหลือจากประกันสังคม
  5. งานที่ห้ามให้แม่ตั้งครรภ์ทำ
  6. สิทธิ์ขอเปลี่ยนงาน
  7. สิทธิ์หลังคลอด
  8. Checklist ก่อน-หลังแจ้งตั้งครรภ์
  9. คำถามที่พบบ่อย
🛡️1. ห้ามเลิกจ้างเพราะตั้งครรภ์
⚖️ มาตรา 43 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541

กฎหมายคุ้มครองแรงงานระบุชัดเจนว่า "นายจ้างจะเลิกจ้างลูกจ้างหญิงเพราะเหตุมีครรภ์มิได้" หากฝ่าฝืน ถือเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม และนายจ้างต้องรับโทษทั้งทางแพ่งและอาญา

⚠️ หากถูกเลิกจ้างเพราะตั้งครรภ์: นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงาน + ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งศาลอาจสั่งให้จ่ายได้สูงสุดถึง 15 เท่าของค่าจ้างรายเดือน

สัญญาณที่ควรระวัง

บางนายจ้างอาจใช้วิธีอ้อม เช่น อ้างว่าลดพนักงาน ปรับโครงสร้าง หรือตั้งข้อกล่าวหาเรื่องผลงาน หากเหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจากที่คุณแจ้งการตั้งครรภ์อย่างกะทันหัน ให้เก็บหลักฐานทุกอย่างไว้

หลักฐานที่ควรเก็บ: บันทึกการแจ้งตั้งครรภ์ (วันที่, ช่องทาง), ผลการประเมินงาน, อีเมลหรือข้อความที่เกี่ยวข้อง, ใบรับรองแพทย์ยืนยันการตั้งครรภ์
📅2. สิทธิ์ลาคลอด 98 วัน
⚖️ มาตรา 41 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
วันลาสูงสุด
98 วัน
รวมวันหยุด
ใช่ รวมอยู่แล้ว
ลาก่อนคลอด
ได้ตามแพทย์แนะ
ผิดนัดคลอด
นับจากคลอดจริง

ลูกจ้างหญิงมีสิทธิ์ลาเพื่อคลอดบุตรได้ ครรภ์ละ 98 วัน รวมวันหยุดประจำสัปดาห์และวันหยุดนักขัตฤกษ์แล้ว ไม่ว่าจะคลอดธรรมชาติหรือผ่าตัดคลอด ล้วนได้สิทธิ์เท่ากัน

98 วัน = วันก่อนคลอด + วันหลังคลอด ลูกจ้างสามารถเลือกว่าจะเริ่มลาก่อนคลอดหรือหลังคลอดก็ได้ ขึ้นอยู่กับคำแนะนำของแพทย์และความตกลงกับนายจ้าง

หากคลอดก่อนกำหนดหรือหลังกำหนด วันลา 98 วันยังคงนับจากวันคลอดจริง ไม่ใช่วันกำหนดคลอด ส่วนกรณีแท้งบุตร ลูกจ้างมีสิทธิ์ลาได้ตามความจำเป็นทางการแพทย์

💰3. เงินที่ได้รับระหว่างลาคลอด

แหล่งเงินระหว่างลาคลอด

แหล่งเงินจำนวนวันอัตราเงื่อนไข
นายจ้าง45 วัน100% ของค่าจ้างทุกลูกจ้างหญิง
ประกันสังคม90 วัน50% ของฐานเงินเดือน (สูงสุด 7,500 บาท/เดือน)ส่งเงินสมทบมา ≥ 5 เดือนใน 15 เดือน
ตัวอย่าง: เงินเดือน 20,000 บาท → นายจ้างจ่าย 45 วัน (30,000 บาท) + ประกันสังคมจ่าย 90 วัน (50% × 15,000 บาท × 3 เดือน = 22,500 บาท)
💡 เงินจากนายจ้างและประกันสังคมนับซ้อนกันได้ใน 45 วันแรก แต่รวมแล้วไม่เกินค่าจ้างปกติ รวมทั้ง 98 วัน ลูกจ้างได้รับเงินจากทั้งสองแหล่ง
🏥4. เงินช่วยเหลือจากประกันสังคม

สิทธิ์ประกันสังคม กรณีคลอดบุตร

ค่าคลอดบุตร
15,000 บาท/ครั้ง
เงินสงเคราะห์บุตร
800 บาท/เดือน/คน
สิทธิ์บุตร
สูงสุด 3 คน
อายุบุตร
แรกเกิด – 6 ปี

เงื่อนไขการรับสิทธิ์

ผู้ประกันตนต้องส่งเงินสมทบมาแล้วอย่างน้อย 5 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนเดือนที่คลอด หากสามีก็เป็นผู้ประกันตน สิทธิ์ค่าคลอดบุตรสามารถรับได้จากฝั่งสามีด้วยอีก 1 ครั้ง

เงินสงเคราะห์บุตร 800 บาท/เดือน: ได้รับทุกเดือนตั้งแต่แรกเกิดจนอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์ สูงสุด 3 คนพร้อมกัน หรือ 2,400 บาท/เดือน

วิธีขอรับสิทธิ์

  1. เตรียมเอกสาร: สำเนาบัตรประชาชน, สำเนาสูติบัตรบุตร, สำเนาทะเบียนสมรส (ถ้ามี), สมุดบัญชีธนาคาร
  2. ยื่นแบบคำขอ (สปส.2-01) ที่สำนักงานประกันสังคมในพื้นที่ หรือยื่นออนไลน์ที่ sso.go.th
  3. ยื่นภายใน 2 ปี นับจากวันคลอด (กรณีเงินช่วยเหลือค่าคลอด)
  4. รอรับเงินโอนเข้าบัญชี ภายใน 5-7 วันทำการ
🚫5. งานที่ห้ามให้แม่ตั้งครรภ์ทำ
⚖️ มาตรา 39 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541

กฎหมายห้ามนายจ้างให้ลูกจ้างหญิงตั้งครรภ์ทำงานต่อไปนี้ หากฝ่าฝืน นายจ้างมีความผิดทางอาญา

ทำงานระหว่าง 22.00 – 06.00 น.
ทำงานล่วงเวลา (OT)
ทำงานในวันหยุด
งานแบกหาม ยกของหนักเกิน 15 กก.
งานที่สั่นสะเทือนมาก (เครื่องจักรหนัก)
งานที่ต้องยืนนานเกิน 2 ชั่วโมงติดต่อกัน
งานในที่อากาศร้อนจัดหรือเย็นจัดผิดปกติ
งานสัมผัสสารเคมีอันตรายหรือรังสี
💡 หากนายจ้างบังคับให้ทำงานต้องห้าม ลูกจ้างมีสิทธิ์ปฏิเสธได้โดยไม่ถือว่าละทิ้งหน้าที่ และยังมีสิทธิ์ร้องเรียนต่อพนักงานตรวจแรงงานได้ทันที
🔄6. สิทธิ์ขอเปลี่ยนงานชั่วคราว
⚖️ มาตรา 39 วรรค 2 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541

หากลูกจ้างหญิงตั้งครรภ์มีใบรับรองแพทย์ว่างานเดิมอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือการตั้งครรภ์ ลูกจ้างมีสิทธิ์ขอให้นายจ้างเปลี่ยนงานชั่วคราวก่อนหรือหลังคลอดได้

ขั้นตอนการขอเปลี่ยนงาน

  1. ไปพบแพทย์และขอใบรับรองแพทย์ระบุว่างานเดิมไม่เหมาะกับการตั้งครรภ์
  2. ยื่นคำร้องเป็นลายลักษณ์อักษรถึงนายจ้างหรือ HR พร้อมแนบใบรับรองแพทย์
  3. นายจ้างต้องพิจารณาและตอบภายในระยะเวลาอันสมควร
  4. ระหว่างรอการพิจารณา นายจ้างไม่สามารถลดค่าจ้างได้
สำคัญ: นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างในอัตราเดิม แม้จะเปลี่ยนให้ทำงานที่เบากว่าหรือมีมูลค่าต่ำกว่า
👶7. สิทธิ์หลังคลอด

เวลาให้นมบุตร

หลังกลับมาทำงาน ลูกจ้างหญิงที่ให้นมบุตรมีสิทธิ์หยุดพักเพื่อให้นมบุตรวันละ 1 ชั่วโมง นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย แต่สิทธิ์นี้ใช้ได้จนบุตรอายุครบ 1 ปีเท่านั้น

⚖️ มาตรา 41 วรรค 2 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541

สิทธิ์ของสามี (พ่อของเด็ก)

หากสามีเป็นข้าราชการ มีสิทธิ์ลาช่วยภรรยาคลอดบุตรได้ 15 วัน แต่สำหรับพนักงานเอกชน กฎหมายยังไม่บังคับให้นายจ้างให้ลาช่วยภรรยาคลอด ขึ้นอยู่กับนโยบายบริษัท บางบริษัทให้ 3-15 วัน

การกลับมาทำงาน

นายจ้างต้องรับลูกจ้างกลับมาทำงานในตำแหน่งเดิมหรือเทียบเท่า ไม่สามารถลดตำแหน่งหรือเปลี่ยนสายงานโดยไม่ได้รับความยินยอมเพียงเพราะลาคลอด

8. Checklist ก่อน-หลังแจ้งตั้งครรภ์

ก่อนแจ้งนายจ้าง

  1. ตรวจยืนยันการตั้งครรภ์และขอใบรับรองแพทย์
  2. ตรวจสอบสถานะประกันสังคมของตัวเองว่าส่งสมทบมาครบ 5 เดือนหรือยัง
  3. อ่านสัญญาจ้างงานและนโยบายของบริษัทเรื่องการลาคลอด
  4. บันทึกวันเริ่มทำงานและอายุงานปัจจุบันไว้

หลังแจ้งนายจ้าง

  1. แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร (อีเมล/บันทึก) เพื่อเป็นหลักฐาน
  2. ยื่นใบลาคลอดต่อ HR ล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วันก่อนวันคลอดที่คาด
  3. ขอยืนยันสิทธิ์วันลา 98 วันจากนายจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร
  4. ยื่นขอรับเงินสงเคราะห์คลอดบุตรกับประกันสังคมภายใน 2 ปี
  5. เก็บใบเสร็จค่าใช้จ่ายในการคลอดไว้เพื่อเบิกจาก รพ.ตามสิทธิ์ประกันสังคม
📞 สายด่วนสิทธิ์แรงงาน — โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง
คำถามที่พบบ่อย
ไม่ได้เด็ดขาด การเลิกจ้างเพราะเหตุตั้งครรภ์ผิดมาตรา 43 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงาน + ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ศาลสามารถสั่งให้จ่ายได้สูงสุดถึง 15 เท่าของเงินเดือน
ลาคลอดได้ 98 วัน (รวมวันหยุด) นายจ้างจ่ายค่าจ้าง 45 วัน ประกันสังคมจ่ายเพิ่มอีก 50% ของฐานเงินเดือน (สูงสุดฐาน 15,000 บาท) นาน 90 วัน
ได้ หากมีใบรับรองแพทย์ระบุว่างานเดิมเป็นอันตราย สามารถยื่นคำร้องให้นายจ้างเปลี่ยนงานชั่วคราวได้ โดยนายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างในอัตราเดิม
ผู้ประกันตนที่ส่งสมทบมาแล้ว 5 เดือนใน 15 เดือนก่อนคลอด ได้รับเงินช่วยเหลือค่าคลอด 15,000 บาท/ครั้ง + เงินสงเคราะห์บุตร 800 บาท/เดือน/คน สูงสุด 3 คน จนอายุ 6 ปี
ไม่ได้ นายจ้างต้องหยุดให้ลูกจ้างหญิงตั้งครรภ์ทำงานระหว่าง 22.00-06.00 น. รวมถึงห้ามให้ทำ OT และทำงานวันหยุดด้วย หากนายจ้างฝ่าฝืนมีโทษทางอาญา
⚠️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกฎหมายแรงงาน อ้างอิงตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม สำหรับกรณีเฉพาะหรือการดำเนินคดี ควรปรึกษาทนายความด้านแรงงานหรือพนักงานตรวจแรงงานโดยตรง