🏥 ประกันสังคม 2568

สิทธิ์ประกันสังคม
ครบทุกกรณี

7 กรณีที่คุณได้รับความคุ้มครอง พร้อมเอกสารที่ต้องใช้ วิธีเบิก และเงินที่ได้รับ

📑 7 กรณีประกันสังคม

  1. กรณีเจ็บป่วย
  2. กรณีคลอดบุตร
  3. กรณีทุพพลภาพ
  4. กรณีเสียชีวิต
  5. กรณีชราภาพ
  6. กรณีว่างงาน
  7. กรณีสงเคราะห์บุตร

📊 อัตราส่งเงินสมทบ (มาตรา 33)

ลูกจ้าง5% ของค่าจ้าง (สูงสุด 750 บาท/เดือน)
นายจ้าง5% ของค่าจ้าง (สูงสุด 750 บาท/เดือน)
รัฐบาล2.75% ของค่าจ้าง
ฐานค่าจ้างสูงสุด15,000 บาท/เดือน
1
กรณีเจ็บป่วย / ประสบอันตราย

เงื่อนไข: ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนเข้ารับการรักษา

รักษาพยาบาล
ฟรี ณ รพ.ที่เลือก
ค่าทดแทนขาดรายได้
50% ของค่าจ้าง
สูงสุดต่อครั้ง
90 วัน/ปี
สะสมสูงสุด
180 วัน/ปี
โรคเรื้อรัง: หากเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง สามารถขยายสิทธิ์รับค่าทดแทนได้สูงสุด 365 วัน

เอกสารที่ต้องใช้ (เบิกค่าทดแทน)

  • แบบฟอร์ม สปส.2-01
  • ใบรับรองแพทย์แสดงการหยุดพักรักษา
  • สำเนาบัตรประชาชน
  • สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร
2
กรณีคลอดบุตร

เงื่อนไข: ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนคลอด

ค่าคลอดบุตร
15,000 บาท/ครั้ง
ค่าทดแทนลาคลอด
50% ของค่าจ้าง
ระยะเวลา
45 วัน
จำนวนครั้ง
ไม่จำกัด

ประกันสังคมจ่ายค่าคลอดบุตรเหมาจ่าย 15,000 บาทต่อครั้ง และจ่ายค่าทดแทนขาดรายได้ในอัตรา 50% ของค่าจ้าง (สูงสุดฐาน 15,000 บาท = ได้ 7,500 บาท/เดือน) เป็นเวลา 45 วัน

เอกสารที่ต้องใช้

  • แบบฟอร์ม สปส.2-01
  • สำเนาสูติบัตรบุตร
  • สำเนาทะเบียนสมรส (ถ้ามี)
  • สำเนาบัตรประชาชนและสมุดบัญชีธนาคาร
3
กรณีทุพพลภาพ

เงื่อนไข: ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนทุพพลภาพ และได้รับการวินิจฉัยว่าทุพพลภาพโดยคณะกรรมการแพทย์

ค่าทดแทนรายเดือน
50% ของค่าจ้าง
ระยะเวลา
ตลอดชีวิต
ค่ารักษาพยาบาล
ตามจริง (มีเพดาน)

ผู้ทุพพลภาพจะได้รับค่าทดแทนรายเดือน 50% ของค่าจ้างรายเดือน ตลอดชีวิต รวมถึงค่ารักษาพยาบาลตามอัตราที่กำหนด และเงินค่าฟื้นฟูสมรรถภาพตามความจำเป็น

4
กรณีเสียชีวิต

เงื่อนไข: ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 เดือน ภายใน 6 เดือนก่อนเสียชีวิต

ค่าทำศพ
50,000 บาท
เงินสงเคราะห์กรณีส่ง <3 ปี
1.5 เดือน ของค่าจ้าง
ส่ง 3–10 ปี
5 เดือน ของค่าจ้าง
ส่ง 10+ ปี
10 เดือน ของค่าจ้าง
ผู้มีสิทธิ์รับ: ทายาทหรือบุคคลที่ผู้ประกันตนระบุไว้ในแบบฟอร์ม สปส.1-20 หากไม่ได้ระบุ จะจ่ายให้บิดา มารดา คู่สมรส และบุตร ในอัตราเท่ากัน
5
กรณีชราภาพ

เงื่อนไข: อายุครบ 55 ปี และสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน

ส่ง <180 เดือน
บำเหน็จ (เงินก้อน)
ส่ง ≥180 เดือน
บำนาญ (รายเดือน)
บำนาญขั้นต่ำ
20% ของค่าจ้าง
ส่งทุก 12 เดือนเพิ่ม
+1.5% ของค่าจ้าง
ตัวอย่าง: ส่งสมทบ 180 เดือน ค่าจ้างเฉลี่ย 15,000 บาท
ได้บำนาญ 20% = 3,000 บาท/เดือน ตลอดชีวิต
ส่งเพิ่มอีก 12 ปี (144 เดือน) จะได้ 20% + (12×1.5%) = 38% = 5,700 บาท/เดือน

กรณีส่งไม่ถึง 180 เดือน จะได้รับบำเหน็จ (เงินก้อน) = เงินสมทบของลูกจ้าง + เงินสมทบของนายจ้าง + ผลประโยชน์ตอบแทน ไม่ใช่รายเดือน

6
กรณีว่างงาน

เงื่อนไข: ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนว่างงาน และต้องขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานภายใน 30 วัน

ถูกเลิกจ้าง
70% × ไม่เกิน 200 วัน
ลาออกเอง
45% × ไม่เกิน 90 วัน
ฐานสูงสุด
15,000 บาท/เดือน
ยื่นเรื่องที่
สำนักงานจัดหางาน
ตัวอย่าง ถูกเลิกจ้าง: เงินเดือน 20,000 บาท → ฐานสูงสุด 15,000 บาท → ได้ 70% = 10,500 บาท/เดือน นาน 200 วัน (≈ 6.6 เดือน) รวม 70,000 บาท

ตัวอย่าง ลาออก: เงินเดือน 15,000 บาท → ได้ 45% = 6,750 บาท/เดือน นาน 90 วัน (3 เดือน) รวม 20,250 บาท

ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนว่างงาน

  • ไปที่สำนักงานจัดหางานจังหวัด ภายใน 30 วันหลังออกจากงาน
  • บัตรประชาชน + รูปถ่าย 1 นิ้ว 1 รูป
  • หนังสือรับรองการออกจากงาน (ถ้ามี)
  • สมุดบัญชีธนาคาร
  • รายงานตัวทุกเดือนตามกำหนด
7
กรณีสงเคราะห์บุตร

เงื่อนไข: ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน ภายใน 36 เดือนก่อนยื่นขอ

เงินสงเคราะห์บุตร
800 บาท/คน/เดือน
รับได้สูงสุด
3 คน
อายุบุตร
แรกเกิด – 6 ปี
รวมสูงสุด/เดือน
2,400 บาท

บุตรที่มีสิทธิ์ต้องเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย อายุไม่เกิน 6 ปี และไม่เป็นผู้ประกันตนเอง สามารถยื่นเรื่องได้ที่สำนักงานประกันสังคมในพื้นที่ หรือผ่านระบบออนไลน์

📞 สอบถามสิทธิ์ประกันสังคม
❓ คำถามที่พบบ่อย
ได้ แต่ได้รับน้อยกว่า ลาออกเองจะได้รับ 45% ของค่าจ้าง สูงสุด 90 วัน ส่วนถูกเลิกจ้างได้ 70% สูงสุด 200 วัน ต้องขึ้นทะเบียนที่สำนักงานจัดหางานภายใน 30 วัน
ไม่หาย ระยะเวลาการส่งสมทบสะสมตลอด ไม่ว่าจะเปลี่ยนงานกี่ครั้ง แต่หากขาดส่งระหว่างว่างงาน จะไม่ได้สิทธิ์บางอย่างที่ต้องการระยะส่งต่อเนื่อง
ต้องส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน (15 ปี) และอายุครบ 55 ปี จึงได้รับบำนาญรายเดือนตลอดชีวิต หากส่งไม่ครบจะได้เป็น "บำเหน็จ" (เงินก้อน) เพียงครั้งเดียว
ขึ้นอยู่กับสัญญาจ้าง หากเป็นลูกจ้างประจำ (มีสัญญาจ้าง) นายจ้างต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคมให้ แต่หากเป็นฟรีแลนซ์หรือจ้างรายวันระยะสั้น อาจไม่เข้าข่าย สามารถสมัครเองได้ในฐานะผู้ประกันตนมาตรา 39
แจ้งสำนักงานประกันสังคมโดยตรง โทร 1694 หรือไปที่สำนักงานในพื้นที่ นายจ้างที่ไม่ขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนหรือไม่นำส่งเงินสมทบ มีโทษปรับและอาจถูกดำเนินคดีทางอาญา
⚠️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลนี้อ้างอิงจากพ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533 และที่แก้ไขเพิ่มเติม อัตราเงินสมทบและสิทธิ์ประโยชน์อาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดที่ www.sso.go.th หรือโทร 1694